หน้าหลักgis
องค์กรที่รับผิดชอบด้านทรัพยากรน้ำ

หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

กระทรวง
กรมที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
1. สำนักนายกรัฐมนตรี • สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
• สำนักงบประมาณ
• สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
2. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ • สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร
• กรมชลประทาน
• กรมประมง
• กรมพัฒนาที่ดิน
• กรมส่งเสริมสหกรณ์
• กรมส่งเสริมการเกษตร
• สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร
3. กระทรวงคมนาคม • กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี
4. กระทรวงมหาดไทย • กรมการปกครอง
• กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
• กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
• กรมโยธาธิการและผังเมือง
5. กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร
• กรมอุตุนิยมวิทยา
6. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม
• สำนักปลัดกระทรวง
• สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
• กรมควบคุมมลพิษ
• กรมทรัพยากรน้ำ
• กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
• กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
• กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
7. กระทรวงอุตสาหกรรม • กรมโรงงานอุตสาหกรรม
8. กระทรวงกลาโหม • หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุด
• กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ
9. ส่วนราชการอิสระ • สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
10. รัฐวิสาหกิจ • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
• การประปานครหลวง
• การประปาส่วนภูมิภาค
• การเคหะแห่งชาติ
• การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

               นอกจากหน่วยงานในส่วนกลางดังกล่าวแล้ว ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ยังมีหน่วยงานในระดับภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำหลายหน่วยงาน โดยมีหน่วยงานที่สำคัญแยกตามกระทรวงดังนี้


1. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


               1) สำนักปลัดกระทรวง มีหน่วยงานระดับภูมิภาคในสังกัด คือ


               ก. สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นหน่วยงานที่สำคัญในการดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดังนี้


                จัดทำแผนจัดการสิ่งแวดล้อมของจังหวัด แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด รวมทั้งติดตามประเมินผลและตรวจสอบสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของจังหวัด
                ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
                เฝ้าระวัง ตรวจสอบ กำกับ ดูแล ส่งเสริม เผยแพร่ บำรุงรักษา และจัดทำระบบเตือนภัยเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในระดับจังหวัด รวมทั้งการประสานการจัดทำแผนปฏิบัติการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานชองหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                กำกับ ดูแลการประกอบกิจการน้ำบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาลและกิจการน้ำประปา
                ส่งเสริม เผยแพร่ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด
                ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


               โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีจำนวน 25 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


               ข. สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค มีบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้


                จัดทำแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค
                ประสานการดำเนินงาน ตลอดจนติดตามประเมินผล แผนและมาตรการ การจัดทำสิ่งแวดล้อมในระดับภาค
                จัดทำรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาค
                จัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศสิ่งแวดล้อมระดับภาค
                ให้คำปรึกษาและเสนอแนะทางวิชาการและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
                ติดตาม ตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม
                ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านสิ่งแวดล้อม


               โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 (นครปฐม) พื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และจังหวัดสมุทรสาคร
               - สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 (นนทบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสมุทรปราการ
               - สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 (สระบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด แต่ที่อยู่ในพื้นที่โครงการ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี ลพบุรี นครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี
               - สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 (ราชบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม และจังหวัดประจวบศีรีขันธ์
               - สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี สระแก้ว และจังหวัดตราด


               2) กรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีหน่วยงานระดับภูมิภาคในสังกัด คือ


               ก. สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลภาค เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแล และตรวจสอบการใช้น้ำบาดาลในระดับภาค มีบทบาทเกี่ยวกับเสนอแนะแผนงาน และพัฒนากิจการน้ำบาดาล โดยมีรายละเอียด ดังนี้


                พัฒนาและจัดทำมาตรฐาน กำหนดหลักเกณฑ์ และคู่มือด้านการพัฒนา และบริหารจัดการน้ำบาดาล
                ฝึกอบรม ถ่ายทอด และเผยแพร่ความรู้เทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาน้ำบาดาล
                ให้การสนับสนุนและคำปรึกษาด้านวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาน้ำบาดาล
                ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


               โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 (สุพรรณบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 10 จังหวัด แต่ที่อยู่ในพื้นที่โครงการ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
               - สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 3 (สระบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด แต่ที่อยู่ในพื้นที่โครงการ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และจังหวัดลพบุรี
               - สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 8 (ราชบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม เพชรบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร
               - สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 9 (ระยอง) พื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด และสระแก้ว


               3) กรมทรัพยากรน้ำ มีหน่วยงานระดับภูมิภาคในสังกัด คือ


               ก. สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้


                ส่งเสริมสนับสนุน การจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในระดับลุ่มน้ำและท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
                พัฒนา เสริมสร้างขีดความสามารถ รวมทั้งเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
                จัดทำแผนปฏิบัติการบริหารจัดการ รวมทั้งดำเนินการสำรวจออกแบบและพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู การใช้ประโยชน ์และการแก้ไขปัญหาของลุ่มน้ำ
                พัฒนาระบบฐานข้อมูลและเป็นศูนย์เครือข่ายข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในระดับลุ่มน้ำ
                ส่งเสริม สนับสนุน และให้คำปรึกษาด้านเทคนิควิชาการ มาตรฐาน และกฎเกณฑ์ เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แก่หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการ ของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
                ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


               โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามขอบเขจลุ่มน้ำ ซึ่งในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 2 (สระบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 3 ลุ่มน้ำ แต่ที่อยู่ในพื้นที่โครงการ 2 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
               - สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 6 (ปราจีนบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 4 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ลุ่มน้ำบางปะกง และลุ่มน้ำโตนเลสาบ
               - สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 (ราชบุรี) พื้นที่รับผิดชอบ 4 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์


               4) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหน่วยงานระดับภูมิภาคในสังกัด คือ


               ก. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ มีภารกิจเกี่ยวกับดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้ในเขตที่รับผิดชอบ โดยร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ ในพื้นที่ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้


                ศึกษาค้นคว้า ทดลองและพัฒนาหลักวิชาการด้านป่าไม้ และหลักวิชาการด้านอนุรักษ์
                เผยแพร่ ส่งเสริม และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินการตามหลักวิชาการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
                พิจารณาข้อมูล การขออนุญาต ตรวจสอบ และควบคุมเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่า การทำไม้ การเก็บหาของป่า การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ การแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐ์กรรม การทำไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองให้ถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติ
                ดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้ในเขตที่รับผิดชอบ โดยร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ ในพื้นที่
                ดำเนินการเกี่ยวกับของกลางในการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนอย่างถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติ
                การเพาะชำกล้าไม้เพื่อสนับสนุนโครงการปลูกป่า และแจกจ่ายประชาชนทั่วไป
                รังวัดและจัดทำแผนที่ ชั้นแนวป่าสงวนแห่งชาติและแนวป่าอนุรักษ์ เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ และกันพื้นที่เพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. นำไปช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้ให้มีสิทธิที่ทำกินในพื้นที่ป่าเสือมโทรม
                กำหนดพื้นที่เป้าหมายเพื่อสนับสนุนการปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ และโครงการอื่นๆ


               โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด คือ จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี
               - สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด คือ จัหงวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และจังหวัดนนทบุรี
               - สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (ราชบุรี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด คือ จัหงวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


               2. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์


               1) กรมชลประทาน มีหน่วยงานระดับภูมิภาคในสังกัด คือ


               ก. สำนักบริหารโครงการ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ส่วนวางโครงการ ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการศึกษาวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ในระดับลุ่มน้ำและโครงการ โดยพิจารณาความสัมพันธ์ในเชิงศักยภาพของการใช้ทรัพยากรต่างๆ ประสาน ความร่วมมือทางวิชาการกับองค์การระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนความรู้และจัดทำโครงการความร่วมมือทางวิชาการที่เหมาะสมต่อการพัฒนาชลประทานและการเกษตรแบบยั่งยืน พิจารณาวางแผนการพัฒนาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกขนาดและทุกประเภทเพื่อการจัดหาน้ำสำหรับด้านเกษตรกรรมทั้งในฤดูฝนและในฤดูแล้ง และจัดหาน้ำสำหรับความต้องการด้านอื่นๆ ในขั้นการดำเนินการศึกษาความเหมาะสมควบคู่ไปกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการเช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ ระบบชลประทานและการพัฒนานำน้ำใต้ดินมาใช้ประโยชน์ เป็นต้น ศึกษาพิจารณาวางโครงการเพื่อจัดทำแผนหลักแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานและวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในระดับลุ่มน้ำหรือระดับภูมิภาคศึกษาพิจารณาวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลเป็นกรณีพิเศษเพื่อรองรับความต้องการ การใช้น้ำในการขยายตัวทางภาคอุตสาหกรรมและการขยายตัวของชุมชนและอื่นๆ นอกเหนือจากความต้องการน้ำทางด้านเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวรวมถึงการพิจารณาวางโครงการเพื่อบรรเทาอุทกภัยโครงการระบบระบายน้ำตลอดจนการวางโครงการชลประทานระบบท่อโดยประสานงานกับองค์กรและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำรายงานความเหมาะสมให้สอดคล้องกัน กำหนดขอบเขตและเงื่อนไขของการศึกษาในโครงการที่ว่าจ้างที่ปรึกษา ตลอดจนการพิจารณาข้อเสนอทางวิชาการในขั้นตอนของการดำเนินการว่าจ้างและควบคุม กำกับ ดูแลให้คำปรึกษาทางด้านวิชาการให้ถูกต้องตามความต้องการของกรมชลประทาน ติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ผลงานและประเมินหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการให้เหมาะสมกับวิทยาการสมัยใหม่จัดทำรายงาน และดำเนินงานกิจกรรมพิเศษหรือเฉพาะกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย เช่น โครงการศึกษาร่วม ระหว่างองค์กรและ/หรือหน่วยราชการต่างๆ และโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการจากต่างประเทศประสานงานในการจัดเตรียมเอกสารและดำเนินงานการจัดประชาพิจารณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ราษฎรได้รับทราบข้อมูลและแสดงความคิดเห็นต่อการพัฒนาโครงการของรัฐตามรัฐธรรมนูญและมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการศึกษา ปรับปรุงโครงการขนาดกลางและขนาดใหญที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและให้ดำเนินงานได้ตามศักยภาพของโครงการ โดยพิจารณาศึกษาแนวทางและวิธีการในปัจจุบัน การดำเนินการส่งน้ำและบำรุงรักษาตามวัตถุประสงค์และกำหนดศักยภาพสูงสุดของการดำเนิน งานต่างๆเพื่อจะได้เข้าใจถึงปัญหาและข้อจำกัดที่แท้จริงของโครงการอันจะนำมาสู่มาตรการปรับปรุงที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ ความเป็นจริง ทำให้การดำเนินการโครงการเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ นอกจากนี้ การศึกษาปรับปรุงจะได้พิจารณาให้โครงการที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัย เช่นการใช้ข้อมูลดาวเทียม การใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ในการจัดการ โดยในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีกลุ่มงานวางโครงการที่เกี่ยวข้อง 2 กลุ่มงาน คือ


               - กลุ่มงานวางโครงการ 3 พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 2 ลุ่มน้ำที่อยู่ในพื้นที่โครงการ คือ ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่นน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์
               - กลุ่มงานวางโครงการ 4 พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 8 ลุ่มน้ำที่อยู่ในพื้นที่โครงการ คือ ลุ่มน้ำโตนเลสาบ ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำท่าจีน


               ข. สำนักชลประทาน มีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้


                ควบคุมและดำเนินการก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดเล็กและขนาดกลาง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการอื่นๆ ตามพื้นที่ลุ่มน้ำที่กรมชลประทานมอบหมาย
                ดำเนินการเกี่ยวกับการกักเก็บ รักษา ควบคุม ส่ง ระบาย หรือแบ่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม การสาธารณูปโภค การอุตสาหกรรม การคมนาคมทางน้ำ ติดตามและประเมินความปลอดภัยของเขื่อน รวมทั้งการป้องกันความเสียหายอันเกิดจากน้ำภายในพื้นที่ลุ่มน้ำที่รับผิดชอบ
                บำรุงรักษาอาคารชลประทาน ถนนชลประทานและปรับปรุงแหล่งน้ำธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ในการอุปโภคและบริโภค
                แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและป้องกันบรรเทาอุทกภัย รวมทั้งป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำที่รับผิดชอบ
                ศึกษาและจัดทำรายงานเบื้องต้นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
                ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ผู้ใช้น้ำ
                ปฎิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฎิบัติงานของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


               โดยสำนักชลประทาน ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - สำนักชลประทานที่ 9 (ชลบุรี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด คือ จังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และจังหวัดสระแก้ว
               - สำนักชลประทานที่ 10 (ลพบุรี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด แต่อยู่ในเขตพื้นที่โครงการ 3 จังหวัด คือ จังหวัดลพบุรี สระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
               - สำนักชลประทานที่ 11 (นนทบุรี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรปราการ
               - สำนักงานชลประทานที่ 12 (ชัยนาท) พื้นที่รับผิดชอบอยู่ในเขตภาคกลางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในบางส่วนของจังหวัดต่างๆ รวม 7 จังหวัด จังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา
               - สำนักงานชลประทานที่ 13 (กาญจนบุรี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม
               - สำนักงานชลประทานที่ 14 (ประจวบคีรีขันธ์) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด แต่อยู่ในเขตพื้นที่โครงการ 2 จังหวัด คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเพชรบุรี


               ค. สำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ ภาระหน้าที่รับผิดชอบสรุปได้ดังนี้


                กำหนดนโยบายและแผนงานการดำเนินการทางวิชาการ ด้านอุทกวิทยาและการจัดการน้ำของกรมชลประทาน
                ดำเนินการสำรวจสถิติข้อมูลอุทกวิทยา อุตุนิยมวิทยา ตะกอน คุณภาพน้ำ ของแหล่งน้ำธรรมชาติและในเขตโครงการชลประทาน
                ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อวางแผนการจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพการใช้น้ำของโครงการชลประทานต่างๆ
                วางแผน ศึกษา ค้นคว้า ทดสอง วิจัย หาปริมาณความต้องการใช้น้ำของพืชต่างๆ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ รวมทั้งการจัดสรรน้ำไปสู่เกษตรการในรูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ
                วางแผนและดำเนินการพยากรณ์น้ำ ตลอดจนพัฒนาวิธีการพยากรณ์น้ำให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ


               โดยสำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคกลาง พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด คือ จังหวัดกรุงเทพมหานคร สุพรรณบุรี ชัยนาท ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สระบุรี สิงห์บุรี นนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ
               - ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันออก พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด คือ จังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และจังหวัดสระแก้ว
- ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันตก พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด คือ จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์


       2) กรมพัฒนาที่ดิน มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องคือ


       ก. สำนักงานพัฒนาที่ดิน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้


                ศึกษา สำรวจ และวิเคราะห์ข้อมูลดินและที่ดิน เพื่อการวางแผนการใช้ที่ดินในระดับไร่นา
                ศึกษา วิจัย และทดสอบผลการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินเพื่อการปรับใช้ในพื้นที่
                สำรวจออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ
                ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินในไร่นาในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ
                ให้บริการวิเคราะห์ และตรวจสอบดิน น้ำ ปุ๋ย และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
                ผลิตพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำและการปรับปรุงบำรุงดิน
                ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกร
                ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


               โดยสำนักงานพัฒนาที่ดิน ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 (ปทุมธานี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด คือ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครนายก พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี สระบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สิงห์บุรี ลพบุรี ชัยนาท และจังหวัดอ่างทอง
               - สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 (ชลบุรี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด คือ จังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และจังหวัดสระแก้ว
               - สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 (ราชบุรี) พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคิรีขันธ์ สมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม


               3) กรมส่งเสริมการเกษตร มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องคือ


               ก. สำนักงานเกษตรจังหวัด มีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้


                ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกรและวิสาหกิจเกษตรของชุมชน
                ส่งเสริมและประสานถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิต การจัดการผลผลิตพืช ประมงและปศุสัตว์
                กำกับ ดูแล และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานเกษตรอำเภอ
                ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีจำนวน 25 จังหวัด คือ สำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


               4) กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องคือ


               ก. สำนักงานสหกรณ์จังหวัด มีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้


                ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
                ส่งเสริมและพัฒนางานสหกรณ์ทุกประเภท และกลุ่มเกษตรกร
                ส่งเสริม เผยแพร่ และให้ความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์ให้แก่บุคลากรสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และประชาชนทั่วไป
                ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร
                ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
                ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนาระบบสหกรณ์
                ส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองระบบสหกรณ์


               โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีจำนวน 25 จังหวัด คือ สำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


               3. กระทรวงมหาดไทย


               1) สำนักงานปลัดกระทรวง มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของกระทรวง ที่ไม่เป็นหน้าที่ของกรมใดกรมหนึ่ง กำกับ เร่งรัด การปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงให้เป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง จัดทำแผนแม่บท งานการข่าว งานประชาสัมพันธ์ การพัฒนาระบบงานและบุคลากร การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง งานงบประมาณ การตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ งานดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การทำนิติกรรม สัญญา งานคดี งานการต่างประเทศและกิจการผู้อพยพ งานการสื่อสาร และงานประสานราชการ
               โดยสำนักงานปลัดกระทรวง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ประกอบด้วย สำนักงานจังหวัดในพื้นที่ 25 จังหวัด ได้แก่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


               2) กรมการปกครอง มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องคือ


       ที่ทำการปกครองจังหวัด/อำเภอ/กิ่งอำเภอ ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก 26 จังหวัด ได้แก่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


               3) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง คือ


               สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2551 เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนของกรมในราชการส่วนภูมิภาค เพื่อให้การดำเนินการกำกับ ดูแล และสนับสนุน การปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการพัฒนาและให้คำปรึกษาแนะนำองค์กาปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น การบริหารงานบุคคล การเงิน การคลัง และการบริหารจัดการเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการให้บริการสาธารณะ
               โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ในพื้นที่ภาคกลางและภาควันออก มี 25 จังหวัด ได้แก่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


               4) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องคือ


               strong>ก. ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้


                อำนวยการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยและพื้นที่เกิดภัยขนาดใหญ่
                สนับสนุนและปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และช่วยเหลือผู้ประสบภัยและพื้นฟูสภาพพื้นที่
                ให้ความรู้ คำแนะนำ ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
                สนับสนุนและจัดให้มีการฝึกอบรมซ้อมแผนป้องกันสาธารณาภัย
                บริหารจัดการกิจการอาสาสมัครเพื่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
                ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


               โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
               - ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม และจังหวัดราชบุรี
               - ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และจังหวัดนครนายก
               - ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม
               - ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี และจังหวัดอ่างทอง
               - ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 17 พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือจังหวัดจันทบุรี ชลบุรี ตราด และจังหวัดระยอง


               ;5) กรมโยธาธิการและผังเมือง มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องคือ


               ก. สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด มีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้


                ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการให้มีการวางและจัดทำผังเมือง
                ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการให้มีการพัฒนาตามผังเมืองและพื้นที่เฉพาะ
                ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายด้านการผังเมืองและควบคุมอาคาร เพื่อให้เกิดสัมฤทธิ์ผล
                ส่งเสริม สนับสนุนการให้บริการ และพัฒนามาตรฐานด้านการผังเมือง ด้านอาคาร และด้านช่างแก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน


       โดยสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีจำนวน 25 จังหวัด ได้แก่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


               6) การประปาส่วนภูมิภาค เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจจัดหาแหล่งน้ำดิบและจัดให้ได้มาซึ่งน้ำดิบ การผลิต จัดส่งและจำหน่วยน้ำประปา การดำเนินธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับธุรกิจการประปา


               โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบในส่วนภูมิภาค คือ สำนักงานประปาเขต ซึ่งในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีสำนักงานประปาเขต ได้แก่


               - สำนักงานประปาเขต 1 (ชลบุรี) รับผิดชอบการบริการพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว และจังหวัดปราจีนบุรี
               - สำนักงานประปาเขต 2 (สระบุรี) รับผิดชอบการบริการพื้นที่ 8 จังหวัด แต่อยู่ในเขตพื้นที่โครงการ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครนายก
               - สำนักงานประปาเขต 3 (ราชบุรี) รับผิดชอบการบริการพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่จังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดกาญจนบุรี


               4.กระทรวงอุตสาหกรรม


               การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 จัดตั้งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นเป็น รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมมีชื่อย่อว่า “กนอ.” มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหลายประการ โดยเริ่มจากการจัดหาที่ดินที่เหมาะสมเพื่อจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรม หรือเพื่อดำเนินธุรกิจอื่นที่จะเป็นประโยชน์ดำเนินการปรับปรุงที่ดินเพื่อ ให้บริการตลอดจนจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานรวมทั้งสาธารณูปโภค ต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่เขตนิคม


               โดยนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีดังนี้


               - นิคมอุตสาหกรรม RIL ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
               - นิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์สินสาคร ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร
               - นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย ต.บ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
               - นิคมอุตสาหกรรมบางชัน แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี จ.กรุงเทพมหานคร
               - นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
               - นิคมอุตสาหกรรมบางปู ต.บางปูใหม่ และ ต.แพรกษา อ.เมือง จ. สมุทรปราการ
               - นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ต.บางเสาธง กิ่งอำเภอบางเสาธง จ.สมุทรปราการ
               - นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
               - นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
               - นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (แหลมฉบัง) ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
               - นิคมอุตสาหกรรมผาแดง ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
               - นิคมอุตสาหกรรมมหาราชนคร แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
               - นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
               - นิคมอุตสาหกรรมราชบุรี ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
               - นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ
               - นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ต.หอมศีล อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
               - นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
               - นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ต.บางพระครู อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
               - นิคมอุตสาหกรรมหนองแค แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ
               - นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
               - นิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
               - นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง
               - นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
               - นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
               - นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี
               - นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ
               - นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
               - นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

 
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ©2010  | นโยบาย